12/13/2554

สะเดา น้ำปลาหวาน ปลาดุกย่าง

       สะเดานิยมกินกับน้ำปลาหวาน ไม่นิยมกินกับน้ำพริกอื่นๆ (เพราะไม่อร่อย)  และนำปลาดุกย่างมากินแกล้มด้วยทำให้อร่อยขึ้น ดอกสะเดาจะออกในช่วงต้นฤดูหนาว มีสรรพคุณทั้งกันและแก้ไข้หัวลม  และช่วยบรรเทาความร้อนในร่างกาย
      สะเดามีรสขม  จึงใข้รสหวานนของน้ำปลาหวานช่วยกลบเกลื่อนความขมของสะเดา  เอาทั้งสองรสมารวมกันแล้วทำให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น












เครื่องปรุง
  • ปลาดุก                                                1-2  ตัว
  • น้ำมันพืชสำหรับทอด                             2   ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปีบ                                              2   ถ้วย (200 กรัม)
  • น้ำปลา                                                1/2   ถ้วย   (80 กรัม)
  • หอมแดงเจียว                                      1/2   ถ้วย   (50 กรัม)
  • กระเทียมเจียว                                      1/2   ถ้วย   (50 กรัม)
  • พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ                      1/2   ถ้วย   (50 กรัม)
  • น้ำมะขามเปียกข้นๆ                             1/2   ถ้วย   (80 กรัม)
  • ดอกสะเดา                                        5-10   กำ   (500 กรัม)

วิธีทำ
  1.  ล้างสะเดาให้สะอาด  อย่าให้ช้ำ  ต้มน้ำใ้ห้เดือดแล้วเทใส่สะเดาให้ท่วม พักไว้จากนั้นจึงเทน้ำทิ้ง
  2.  นำปลาดุกไปย่างไฟให้สุกเหลือง  แล้วพักไว้
  3.  ผสมน้ำตาลปีบ น้ำมะขามเปียก น้ำปลาเข้าด้วยกัน แล้วตั้งไฟอ่อนๆ  เคี่ยวจนเหนียวเล็กน้อย  แล้วยกลง
  4.  ตักใส่ถ้วย โรยหอมเจียว กระเทียมเจียว และพริกทอด  ลอยหน้าน้ำปลาหวาน  ยกเสิร์ฟพร้อมสะเดา และปลาดุกย่าง

สรรพคุณทางยา


  • ดอกสะเดา  ช่วยเจริญอาหาร  บำรุงธาตุ  แก้ไข้หัวลม

  • น้ำมะขามเปียก  ขับเสมหะในลำไส้  แก้ไอ  แก้ท้องผูก

  • หอมแดง   แก้ไข้หวัด  แก้โรคในปาก  บำรุงธาตุ

  • กระเทียม   แก้ไอ  ขับเสมหะ  ขับลมในลำไส้  ช่วยย่อยอาหาร  มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา  แบคทีเรีย  และไวรัส  ลดน้ำตาลในเลือด  ลดไขมันในหลอดเลืือด

  • พริกแห้ง  ขับลม  ช่วยเจริญอาหาร  ช่วยย่อย


ไม่มีความคิดเห็น:

ตั้งใจเขียน

รูปภาพของฉัน

คำพูดไม่สำคัญเท่าการกระทำ